ไปสอบโทอิคมาแล้ว ไม่พอใจคะแนน อยากได้มากกว่านี้ต้องทำยังไง?

ช่วงนี้มีคนถามเรื่องไม่พอใจคะแนน Toeic บ่อย  ยาวหน่อย แต่ถ้าสนใจก็ลองอ่านดูนะคะ พี่เล็กขอแบ่งนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้ค่ะ

• กลุ่มที่ 1 – ได้ต่ำกว่า 300 คะแนน ขอเรียกว่า “‪‎กลุ่มเตาะแตะ‬”
นักเรียนกลุ่มนี้ ยังมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ยังไม่แน่นพอที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน และอาจไม่รู้แนวข้อสอบโทอิคที่ควรรู้อีกด้วย การพัฒนา จริงๆ แล้วไม่ยากเท่ากลุ่มอื่นๆ เพราะไม่ว่าจะใช้หนังสือเล่มไหน หรือเรียนกับครูคนไหน ก็จะมีส่วนที่เราไม่รู้ให้เราได้จดจำเพิ่มเติมขึ้นมาเกือบทุกครั้ง

ถ้าอยากให้คะแนนขึ้น ก็เลือกหนังสือหรือแนวการสอนของครูที่ถูกจริตกับเรา เราเข้าใจสิ่งที่หนังสือหรือครูต้องการจะสื่อ และขอแค่ให้เรามีความตั้งใจจริง หมั่นฝึกฝนเพิ่มเติมทุกวัน
– Part Reading ทำข้อสอบจับเวลาทุกครั้ง
– Part Listening หาเรื่องอะไรก็ได้ที่เราชอบเป็นภาษาอังกฤษฟังทุกวัน วันละอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง
– ว่างๆ ก็หยิบคำศัพท์มาทบทวน
– Grammar พื้นฐาน ต้องเอาให้เข้าใจ

“คะแนนขึ้นหลักร้อยไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเราแน่นอนค่ะ”

• กลุ่มที่ 2 – ได้ 301-600 คะแนน ขอเรียกว่า “‪กลุ่มหัดเดิน‬”
นักเรียนกลุ่มนี้มีความเป็นไปได้ทั้งแบบที่ภาษาอังกฤษยังไม่แน่นพอ หรือไม่ก็ยังไม่รู้แนวข้อสอบโทอิคค่ะ

การจะให้คะแนนขึ้นก็ไม่ยาก ถ้าภาษานักเรียนค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่นักเรียนทำข้อสอบไม่ทัน (อย่าง Part Reading จะให้เวลาน้อยมากกก) นักเรียนแค่ฝึกทำข้อสอบแบบจับเวลาทุกครั้ง และทบทวนคำศัพท์ 4 หมวดหลัก
1.อาหารการกิน
2.ธุรกิจหรือการทำงานในที่ทำงาน
3.การเดินทาง
4.สิ่งที่พบเจอทั่วไปในเมือง
คะแนนขึ้นแน่นอนค่ะ

แต่ถ้าหากเราทำข้อสอบทันนะ แต่ยังได้คะแนนน้อย เวลาเราทำแบบฝึกหัด ให้สังเกตข้อที่ตัวเองผิดว่ามักผิดเรื่องอะไร และเพราะอะไร ถ้า Grammar ไม่แน่น หาความรู้เกี่ยวกับ Grammar เพิ่มด่วนจ้าา

แต่ถ้าหากฟังไม่เก่ง ได้คะแนนฟังน้อย ลองสังเกตต่อค่ะ ว่าเพราะอะไร
1) ถ้าเพราะไม่รู้คำศัพท์
ให้ทบทวนคำศัพท์ 4 หมวดหลักที่กล่าวไปข้างต้น เอาแบบเป็นประโยคๆ ได้ยิ่งดีค่ะ เช่น ควรรู้ว่า “มอเตอร์ไซค์จอดเรียงกันเป็นแถว” ต้องพูดว่า “The motorbikes are parked in rows.” เพื่อทำข้อสอบหมวดเดินทาง

2) ถ้าเพราะสำเนียง หรือการออกเสียง
ให้จำขึ้นใจซะใหม่ว่าคำนี้ออกเสียงแบบนี้นะ เช่น I’ll อ่านว่า “เอา” หรือ “เอ๊า” นะ ไม่ได้อ่านว่า “อิล” คือมันไม่ใช่คำใหม่ แต่เราแค่ไม่รู้สำเนียง ทำให้ตอบผิด พยามสะสมการออกเสียงที่ถูกต้องไปเรื่อยๆ จำไว้ว่าเราจะไม่ผิดด้วยคำศัพท์ที่เรารู้จักแล้วมีการออกเสียงแบบนี้อีกเด็ดขาด

3) ถ้าเพราะจับใจความไม่ได้
คือชั้นฟังออก แปลออกนะ แต่ลืมไปแล้วว่าฟังได้ว่าอะไร (มักจะเป็นที่ Part 3 และ 4) เวลาทำข้อสอบ ให้พยามอ่านคำถามก่อนค่ะ เพื่อที่เราจะได้จำในสิ่งที่ถามเท่านั้น รายละเอียดอื่นจำไม่ได้ ช่างมัน อีกอย่างคือการทำโจทย์เยอะๆ ก็ช่วยให้เราจับใจความได้ดีมากขึ้น และเริ่มรู้แนวทางการออกข้อสอบมากยิ่งขึ้นด้วยนะคะ เช่น ข้อสอบพูดถึงการประชุมทางไกล (teleconference) เวลาของการประชุม อาจไม่ใช่เวลาทำงาน สถานที่ที่ประชุม อาจจะเป็นที่บ้านก็ได้ เพราะใช้โทรศัพท์คุยกัน เป็นต้น

• กลุ่มที่ 3 – ได้ 601 คะแนนขึ้นไป ขอเรียกว่า “‪‎กลุ่มหัดวิ่ง‬”
ภาษาอังกฤษของนักเรียนดีพอสมควรอยู่แล้ว แต่ยังไม่ดีพอสำหรับใจเราใช่มั้ยคะ

การเพิ่มคะแนนของนักเรียนกลุ่มนี้จะยากกว่าเพื่อนๆ หน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เลยนะคะ พี่เล็กขอแบ่งเป็นเรื่องๆ ดังนี้ค่ะ
1) เรื่องคำศัพท์
ถ้า 4 หมวดหลักที่กล่าวไปข้างต้น แม่นอยู่แล้ว ก็ดูคำศัพท์ 3 หมวดรองเพิ่ม (1.สภาพอากาศ, 2.สุขภาพ, 3.อาชีพ) ต่อค่ะ เช่น ควรรู้ว่า “นัดคุณหมอ” ต้องพูดว่า make a doctor’s appointment นะ หรือ “นักวาดภาพประกอบ” คือ “illustrator” นะ เป็นต้น

2) Grammar ยิบย่อย
Grammar หลักๆ แม่นอยู่แล้ว ศึกษา Grammar ยิบย่อยต่อเลยค่ะ เช่น เรื่อง Causative form, Comparison of Adverbs, หรือ Time clause ก็น่าสนใจค่ะ

3) Time management
จัดสรรเวลาในการทำข้อสอบดีๆ นะคะ เอาแบบที่เราถนัดที่สุด บางคนชอบทำ Reading จากหลังไปหน้า ทำได้เลยค่ะ หรือบางคนทำ Reading เร็ว ก็ยืมเวลาของ Part Reading มาฝน Part Listening ให้สวยๆ ก็ได้นะคะ ข้อสอบโทอิคเจ็บใจที่สุด ไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่คือทำไม่ทันจ้าา

4) อย่าเหลิงกับคะแนนพาร์ทใดพาร์ทหนึ่ง
หากเราไปสอบแล้ว มีพาร์ทนึงคะแนนดี อีกพาร์ทนึงแย่ เวลาฝึกใหม่ ขอร้องว่าอย่าทิ้งพาร์ทที่คะแนนดีไปแบบไร้เยื่อใยเลยนะคะ พี่เล็กเห็นมาเยอะค่ะ มัวแต่ฝึกพาร์ทที่ไม่ถนัดพาร์ทเดียว อีกพาร์ทชั้นไม่สนใจ คะแนนร่วงทันทีค่ะ

สุดท้ายนี้ พี่เล็กอยากฝากถึงนักเรียนทุกกลุ่มค่ะว่า จะพัฒนาภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป มันขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วว่าจะเอาจริงเอาจังมั้ย มองว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเรารึเปล่า ถ้าคำตอบคือใช่ พี่เล็กเป็นกำลังใจให้ค่ะ อาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่คุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน เพราะพี่เล็กเชื่อว่า “ภาษาอังกฤษยิ่งเก่งเร็วเท่าไหร่ ยิ่งดีกับเรามากขึ้นเท่านั้น” เอาใจช่วยทุกคนนะคะ

เจ้าของ website englishleklek ติวเตอร์สาวที่มีความถนัดภาษาอังกฤษโดยเฉพาะเรื่องของ grammar และ การทำข้อสอบ TOEIC เคยผ่านประสบการณ์ที่ต้องเตรียมตัวสอบเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศอย่างหนัก ได้นำเอาเทคนิคต่างๆและความรู้ที่ได้สั่งสมมาถ่ายทอดให้กับทุกๆคน ประวัติการศึกษา - จบการศึกษาปริญญาตรี ( 2006 ) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - จบการศึกษาปริญญาโท ( 2011) Programme and Project Management เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง University of Warwick, ประเทศสหราชอาณาจักร (UK) ติดตามผลงานและความรู้ภาษาอังกฤษจากพี่เล็กได้ทาง Youtube Channel : Englishleklek

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *